ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์   จำกัด  
ว่าด้วย   การประชุมใหญ่  พ.ศ.2555
........................
     อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ จำกัด พ.ศ. 2543   ข้อ 59 - 63 ข้อ  72 (8)  ข้อ  94 (19)  ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด   ชุดที่  24  ครั้งที่  9 /2555  เมื่อวันที่ 29  เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555   ได้กำหนดระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด  ว่าด้วย  การประชุมใหญ่  พ.ศ.2555 ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อความทั่วไป
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด ว่าด้วยการประชุมใหญ่  พ.ศ. 2555 ”
ข้อ 2 ให้ถือใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่  วันที่ 1 เดือนกรกฏาคม  2555  ต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ จำกัด  ว่าด้วยการประชุมใหญ่ประจำปี  พ.ศ. 2543  บรรดาระเบียบ  มติ ประกาศ  และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้  หรือขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้  ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
          "สหกรณ์" หมายถึง สหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด 
          "สมาชิก"  หมายถึง สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ จำกัด   หรือผู้แทนสมาชิกตามข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด   ข้อ  60 
          "กรรมการ" หมายถึง กรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด
          "คณะกรรมการ"  หมายถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด
          "ประธานกรรมการ" หมายถึง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จำกัด
          "การประชุมใหญ่"  หมายถึง การประชุมใหญ่สามัญประจำปี  หรือการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี  แล้วแต่กรณี
          "ญัตติ"  หมายถึง  ข้อเสนอหรือคำอภิปรายที่สมาชิก หรือผู้แทนสมาชิก  หรือคณะกรรมการเสนอในที่ประชุมใหญ่คราวนั้น
ข้อ 5  ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม   และถ้ารองประธานไม่อยู่ในที่ประชุมด้วย  ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น
 
หมวดที่  1 
วิธีการประชุมใหญ่
     องค์ประชุมตามวรรคแรก  หากสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาลงชื่อแล้ว  ในระหว่างประชุมหากไม่อยู่ในห้องประชุม  หรือเดินออกจากห้องประชุมไป  ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม  ก็ให้ประธานดำเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระ  แต่ในการลงมติจะกระทำไม่ได้
ข้อ 6 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีต้องมีสมาชิกหรือตัวแทนสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด   หรือไม่น้อยกว่าร้อยคน   จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 7 การจัดระเบียบวาระการประชุมให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดหรือตามที่มีมติในที่ประชุมใหญ่เห็นด้วย  ในการจัดระเบียบวาระการประชุมตามความจำเป็นก่อนแล้ว
ข้อ 8 เมื่อสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกครบองค์ประชุมแล้ว  ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม   และหรือให้เป็นไปตามข้อ  5
ข้อ 9 ผู้ใดประสงค์จะกล่าวถ้อยคำต่อที่ประชุมใหญ่ให้ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ   เมื่อประธานอนุญาตแล้วจึงยืนขึ้นกล่าวได้  และต้องเป็นคำกล่าวกับประธานเท่านั้น  
ข้อ 10 การชี้แจงตอบปัญหา  ประธานในที่ประชุมอาจให้รองประธานกรรมการ  เลขานุการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องท่านใดท่านหนึ่งเป็นผู้ชี้แจงตอบปัญหาได้
ข้อ 11 ประธานในที่ประชุมมีอำนาจสั่งพักการประชุม   เลื่อนการประชุม  หรือเลิกการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 12 การประชุมใหญ่สามัญ  เมื่อสหกรณ์มีจำนวนสมาชิกเกินกว่าห้าร้อยคน  จะมีการประชุมใหญ่ประกอบด้วยบรรดาสมาชิก หรือ  การประชุมใหญ่ ประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิกก็ได้
            การประชุมใหญ่สามัญประจำปี  กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้ง  ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
ข้อ  13 การประชุมใหญ่วิสามัญ  คณะกรรมการดำเนินการ จะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร     แต่ถ้านายทะเบียนสหกรณ์มีหนังสือแจ้งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในกรณีที่สหกรณ์เกิดการขาดทุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว  ต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่สหกรณ์ทราบ
             สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด   หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนหรือผู้แทนสมาชิกซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของผู้แทนสมาชิกทั้งหมด  หรือไม่น้อยกว่าห้าสิบคนลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอเพื่อการใดการหนึ่งต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้  และให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ
             ถ้าคณะกรรมการดำเนินการไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น   ให้นายทะเบียนสหกรณ์หรือพนักงานเจ้าหน้าที่  ซึ่งนายทะเบียน สหกรณ์มอบหมายมีอำนาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร
ข้อ 14 การประชุมใหญ่คราวใดมีสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม  ให้นัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  ภายในสิบสี่วันนับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก
            ในการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้ามิใช่การประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกร้องขอให้เรียกประชุมแล้ว เมื่อมีสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิก หรือไม่น้อยกว่าสามสิบคนก็ให้ถือเป็นองค์ประชุม
             ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกร้องขอให้เรียกประชุม เมื่อมีสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาประชุมมีจำนวนไม่ถึงที่จะเป็นองค์ประชุมตามที่กล่าวในข้อ 5  ก็ให้งดประชุม
ข้อ 15 ในกรณีประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิก สมาชิกทั่วไปสามารถเข้าที่ประชุมใหญ่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ได้  แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงและแสดงความคิดเห็นหรือได้รับการเลือกตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น
             ในการประชุมใหญ่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาประชุมแทนตนไม่ได้
ข้อ 16 เมื่อมีการประชุมใหญ่ทุกคราว ให้สหกรณ์มีหนังสือแจ้งวัน  เวลา สถานที่  และเรื่องที่จะประชุมให้บรรดาสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน แต่ถ้าการประชุมนั้นเป็นการด่วนอาจแจ้งล่วงหน้าได้ตามสมควร ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการหรือเลขานุการเป็นผู้ลงชื่อในหนังสือนั้น  และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบล่วงหน้า  ในโอกาสเดียวกันกับที่แจ้งให้สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกทราบด้วย
 
หมวดที่  2
การเสนอญัตติ
ข้อ 17 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีโดยสมาชิกหรือโดยผู้แทนสมาชิก  หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ  สมาชิกทุกคนที่เข้าร่วมประชุมมีสิทธิ์เสนอญัตติ  และในการเสนอญัตติต้องมีสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า  10 คน เป็นผู้รับรอง  
ข้อ 18 ญัตติที่เป็นของคณะกรรมการเสนอ  ไม่ต้องมีสมาชิกรับรอง
ข้อ 19 ญัตติที่เป็นการแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ให้เป็นไปตามความในข้อบังคับของสหกรณ์  ข้อ  97 
ข้อ 20 ญัตติที่เสนอหากผู้เสนอเห็นว่าเป็นญัตติที่ซ้ำซ้อนกันอาจขอถอนญัตติ  เพื่อความกระชับในการลงมติก็ย่อมกระทำได้
ข้อ 21 ญัตติใดตกไปแล้วห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในการประชุมครั้งเดียวกัน  เว้นแต่มติที่ยังมิได้มีการลงมติ  หรือมติที่ประธานในที่ประชุมจะอนุญาต  ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
 
หมวดที่  3
 การอภิปราย
ข้อ 22 ผู้มีสิทธิ์อภิปรายก่อนคือผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติที่คณะกรรมการเสนอหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติที่มีสมาชิกในที่ประชุมเสนอ  ให้ประธานอนุญาตให้อภิปรายก่อนได้เพียงคนเดียว
ข้อ 23 เมื่อผู้อภิปรายได้อภิปรายแล้ว   การอภิปรายในลำดับต่อไปจะต้องเป็นการอภิปรายระหว่างผู้เห็นด้วยกับผู้ไม่เห็นด้วย  โดยประธานเป็นผู้สอบถามว่าจะอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน
ข้อ 24 ถ้ามีผู้ขออภิปรายหลายคน  ประธานจะให้คนใดอภิปรายก็ได้  แต่ให้คำนึงผู้เสนอญัตติผู้รับรองญัตติ  และผู้ซึ่งยังมิได้อภิปรายด้วย 
ข้อ 25 ในการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น  หรือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่  ต้องไม่ฟุ่มเฟือย  วนเวียน  ซ้ำซาก  หรือซ้ำกับผู้อื่น  และห้ามมิให้นำเอกสารใด ๆ มาอ่านหรือแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ที่ประธานอนุญาต
             ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา  หรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ  ใส่ร้าย  หรือเสียดสีบุคคลใดและห้ามกล่าวถึงสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  หรือออกชื่อบุคคลใดโดยไม่จำเป็น  หรือออกชื่อผู้ที่ไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่จำเป็น
ข้อ 26 ถ้าประธานเห็นว่าผู้ใดอภิปรายพอสมควรแล้ว  ประธานจะให้ผู้นั้นหยุดอภิปรายก็ได้ 
ข้อ 27 ถ้าสมาชิกผู้ใดต้องการประท้วงว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบ  ให้ยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะ  ประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นได้พูด  และประธานอาจแจ้งหรือมอบให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง  หรือวินิจฉัยว่าการประท้วงถูกต้องหรือไม่  คำวินิจฉัยของประธานเป็นเด็ดขาด
ข้อ 28 ผู้อภิปราย ต้องถอนคำพูดของตน  เมื่อประธานแจ้งให้ถอน
ข้อ 29 การอภิปรายถือเป็นอันยุติเมื่อ
           1.ไม่มีผู้อภิปราย
           2.ที่ประชุมลงมติปิดอภิปราย
ข้อ 30 ในกรณีที่ประธานเห็นว่ามีการอภิปรายกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว  จะขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าจะปิดอภิปรายหรือไม่ก็ได้
 
หมวด   4
 การลงมติ
ข้อ 31 ในกรณีที่ต้องมีมติของที่ประชุม ให้ประธานขอให้ที่ประชุมลงมติ  ถ้าความเห็นของที่ประชุมมีสองฝ่ายให้ถือเอาจำนวนคะแนนเสียงที่มากกว่าและถ้าความเห็นของที่ประชุมเกินกว่าสองฝ่ายให้ถือเอาจำนวนคะแนนเสียงฝ่ายที่มากที่สุด  ยกเว้นกรณีที่มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
            ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานออกเสียงชี้ขาด  การออกเสียงชี้ขาดของประธานให้กระทำเป็นการเปิดเผย  โดยจะให้เหตุผลหรือไม่ก็ได้
ข้อ 32  การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำเป็นการเปิดเผย โดยยกมือขึ้นพ้นศีรษะ  และสมาชิกออกเสียงได้เพียงครั้งเดียวในหนึ่งญัตติหรือประเด็น
ข้อ 33  การลงมตินั้นถ้าลงมติในญัตติสุดท้ายก่อน  แล้วย้อนไปหาญัตติต้น  แต่มิให้ถือว่าความผิดพลาดในการเรียงลำดับดังกล่าวมานี้   เป็นเหตุให้มติที่ได้ลงคะแนนเสร็จแล้วเป็นอันเสียไป
ข้อ 34 ประธานมีอำนาจสั่งให้รวมหรือแยกประเด็นพิจารณาหรือลงมติ  เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น
ข้อ 35 การนับคะแนนเสียงให้ประธานในที่ประชุมมอบหมายให้สมาชิกผู้ใดผู้หนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้นับคะแนน
ข้อ 36  สมาชิกที่เข้าประชุม  ซึ่งเข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนให้ลงคะแนนทางฝ่ายที่ยังนับคะแนนเสียงยังไม่เสร็จได้
ข้อ 37  เมื่อได้นับคะแนนเสียงแล้วให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที  ถ้าเรื่องใดที่มีกำหนดไว้ในข้อบังคับจะต้องมีเสียงเป็นเท่าใด  ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่
ข้อ 38 การนับคะแนนเสียงครั้งใดที่เห็นว่าควรนับใหม่  สมาชิกในที่ประชุมต้องร้องขอแต่ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสองของสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุม  การนับคะแนนเสียงตามนี้  จะมีผู้เสนอให้นับใหม่อีกไม่ได้
ข้อ 39 ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้านให้ประธานถามในที่ประชุมว่าผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น  ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย
ข้อ 40 ให้ประธานกรรมการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ประกาศไว้    ณ   วันที่  29  เดือนมิถุนายน   พ.ศ.2555
( นายสุพัฒน์  โพธิสาร)
ประธานกรรมการ
สหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์    จำกัด

ตรวจสอบข้อมูลสมาชิก

ปันผล/เฉลี่ยคืน

รายการ ปี 2562 ร้อยละ
ปันผล 6
เฉลี่ยคืน 17.75
เนื้อหาที่เปิดอ่าน
1072893

 

ชมรมเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

เพิ่มเพื่อนเพื่อรับข่าวสารล่าสุดจาก สหกรณ์ออมทรัพย์คุรุสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ จำกัด

JSN Epic template designed by JoomlaShine.com